...เนื่องจากเดือนนี้มีวันเกิดของน้องคนนั้นด้วย เลยรวบยอดเป็นฟิคหนึ่งเรื่องไปเลยนะคะ
ฟิคเรื่องนี้อาจจะไม่ดีนัก เนื่องจากคนแต่งรีบค่ะ - -"
ลืมบอกไป ..เรื่องนี้เรียวโอคุระยูยะจิน นะคะ
ทำตามรีเควสต์พี่สาวคนสวยค่ะ 555
รักเรียว รักยูยะ~~~
Endless Smile
หากต้องให้เลือกสิ่งที่งดงามที่สุดในโลกมาสักหนึ่งอย่าง ...
ผมคงตอบไปอย่างไม่ลังเลเลยว่าสำหรับผมแล้วมันคือ ...รอยยิ้มของพี่
...........รอยยิ้มอบอุ่น ...อ่อนโยน
อ่อนโยนเหมือนสายลม ...
แต่ในขณะเดียวกัน ...สายลมนั้นคือสิ่งที่ผมชิงชัง
ใช่ ...ผมเกลียดรอยยิ้มของพี่เข้ากระดูกดำ
...
......
................ มาคนเดียวเหรอ?
ผมเงยหน้าขึ้นจากสมการฟิสิกส์ในหน้าหนังสือขึ้นมองเจ้าของเสียงนุ่มทุ้มที่เอ่ยถามขึ้นมาดังๆ ...เขาเป็นชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ ผิวกายขาวจัดถูกเบียดบังด้วยเสื้อโปโลสีดำสนิทกับกางเกงยีนส์ยี่ห้อดัง ผมหยักศกสีน้ำตาลเข้มยาวระต้นคอรับกับวงหน้าสวยได้รูป ...ดูดีอย่างเป็นธรรมชาติปราศจากการเสริมแต่งใดๆ
แค่ปรายตามองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าหมอนี่ ...ต้องกระเป๋าหนักพอสมควร
..ใบหน้าหล่อเหลาฉีกยิ้มเป็นมิตรให้หลังเห็นว่าผมไม่ยอมเล่นด้วย ก่อนเชิญตัวเองนั่งลงเก้าอี้ฟากตรงข้ามของโต๊ะขนาดเล็กในร้านคอฟฟี่ช็อป ซึ่งผมใช้เป็นสถานที่อ่านหนังสือฆ่าเวลาขณะรอพี่ชายทำงานพิเศษ
เด็กเตรียมเอนท์เหรอ นายน่ะ? เสียงนุ่มถามขึ้นอีกครั้ง
...เขากำลังพยายามชวนคุย แต่ผมไม่มีใจจะตอบ ...เลยก้มหน้าจมจ่อมสมาธิกับหนังสือเรียนอีกครั้ง ...ตั้งใจว่าสักหน่อยเขาคงเบื่อจนลุกหนีไปเอง
แต่จนแล้วจนรอด ..หมอนั่นก็ยังคงนั่งอยู่อย่างนั้น ...นานเข้าหน่อยก็เริ่มหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเล่นเกม ..เฮ้อ ...คนรวยนี่ก็ดีนะ ชีวิตคงไม่ค่อยคิดอะไรมาก
ผมสิ ...นอกจากเข้ามหาวิทยาลัยคณะดีๆ ...เรียนให้จบด้วยผลการเรียนยอดเยี่ยม แล้วมองหาบริษัทเจ๋งๆ ทำงาน ...คงไม่มีทางเลือกอื่นให้เลือกเดินแล้วละ
เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมมี ...ข้าวทุกเม็ดที่กิน น้ำทุกหยดที่ดื่ม ...ชีวิตที่ดำเนินอยู่ทุกวันนี้ ...แลกมาด้วยหยาดเหงื่อและความฝันของพี่ชายทั้งนั้น...
ยูจัง
ผมมารู้สึกตัวเอาอีกทีก็เมื่อสัมผัสมืออุ่นๆ ของฝ่ามืออันคุ้นเคยจับเข้าที่หัวไหล่
ผมเงยหน้าขึ้น
ใบหน้าเปื้อนยิ้มอ่อนโยนของพี่กำลังโน้มเข้ามาใกล้ ก่อนฉีกยิ้มให้น้อยๆ ใบหน้าที่บอกไม่ถูกว่าหวานน่ามองหรือหล่อเหลาชวนหลงไหล ทำให้เขาเป็นผู้ชายที่แปลก
...แปลกจริงๆ ไม่ว่ามองเมื่อไหร่ก็ดูอ่อนโยน
...ร่างสูงโปร่งของเขากอดชายเสื้อแจ็กเกตด้วยท่วงท่าสบายๆ แต่ดูกึ่งน่ารักกึ่งเท่อย่างไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นการกระทำของชายหนุ่มตัวสูงคนเดียวกัน
เพิ่งเลิกงานเหรอพี่? ผมถามทั้งๆ ที่รู้คำตอบอยู่แล้ว ........ใช่สิ พี่ทำงานพิเศษอยู่ร้านอาหารข้างๆ ทุกคืนตั้งแต่วันจันทร์ถึงศุกร์ ...แน่นอนว่าช่วงกลางวันเขาก็ต้องทำงานประจำ เพราะหลังจากแม่ตาย พี่ตัดสินใจไม่เรียนต่อมหาวิทยาลัย ...มุทำงานเพื่อหาเงินให้ผมใช้เป็นค่าเทอมในโรงเรียนเอกชนขูดเลือด เวลาว่างของพี่จึงหดหายไป เหลือเพียงวันเสาร์อาทิตย์ตอนกลางคืนเท่านั้น
ดวงตากลมโตของผมมองใบหน้าที่เคยน่ามองด้วยพวงแก้มกลมๆ ...หากในตอนนี้กลับเหลือเพียงความตอบผอมอย่างนึกสลด
แต่พี่ยังคงยิ้ม
อื้อ ...ยูจังรอนานมั้ย ขอโทษนะ ...วันนี้กว่าจะหาคนแลกเวรได้ พี่หัวเราะแหะๆ พลางยกมือข้างหนึ่งขึ้นทำท่าขอโทษขอโพย แต่ผมส่ายหน้า
ขอโทษไปทำไมล่ะพี่ อุตส่าห์ลางานไปกินข้าวด้วยกันทั้งที เลิกขอโทษจนเคยชินได้แล้ว
ผมคิดอย่างนั้นจริงๆ ...พี่น่ะ ต่อให้ตัวเองไม่ผิดก็จะขอโทษ ...ขอโทษ และขอโทษ ...
พี่มักจะยอม ...ยอมกล่าวโทษตัวเองเสมอ ........เช่นเดียวกับที่ยอมยกทุกอย่าง แม้ของที่อยากได้ที่สุดให้ผม หากเอ่ยปากขอ
คงคิดว่าทำแบบนั้นแล้วผมจะมีความสุข ...เฮ้อ บอกเขาดีไหมนะว่าผมละสนุกชะมัดกับการได้แย่งทุกสิ่งที่เขารักมา
อื้อ ขอโทษนะยูจัง
ผมส่ายหน้าหน่ายๆ ...ตั้งใจว่าจะเดินออกไปจ่ายเงินที่เคาทน์เตอร์ข้างประตู แต่ก่อนจะลุกขึ้น ...หางตาก็ตวัดเห็นชายคนหนึ่งยืนอยู่ด้านหลังพี่ ...ใบหน้าเรียบเฉยของเขาตรึงตาผมอย่างคาดไม่ถึง
เส้นผมสีดำสนิทรับกับใบหน้าเรียวเล็ก หากตาคม ...ดูหล่อเหลาคล้ายซามูไรโบราณ เขาอยู่ในเสื้อกันลมสบายๆ กับกางเกงยีนส์ขาดๆ
พี่คงสังเกตเห็น เขาจึงหันหลังไปดึงแขนชายคนนั้นให้เข้ามาใกล้ๆ ก่อนแนะนำด้วยรอยยิ้ม ยูจังยังไม่รู้จักเรียวจังนี่เนอะ เขาเป็นเพื่อนที่บริษัทพี่น่ะ
ชายร่างผอมผงกศีรษะให้ผม ...ผมเพิ่งสังเกตเห็นว่าเขาตัวเล็กกว่าพี่พอสมควรเลย ...เพียงแต่กลับสมส่วน ...ออกจะดูแข็งแกร่งกว่าพี่ด้วยซ้ำ
นิชิกิโด เรียว ยินดีที่รู้จัก ทัชชงพูดถึงนายบ่อยเลยละ
ผมยิ้มตอบเขา ... ยินดีเช่นกันฮะ
ในตอนนั้น แม้แต่พี่ก็คงไม่รู้ว่าจังหวะหัวใจของผมเต้นตึกตักแค่ไหน ..
นี่เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกมวนท้องอย่างแปลกประหลาด
ดวงตาเฉี่ยวคมกำลังสะกดผมให้ดำดิ่งลึกเข้าสู่วังวนแห่งความหลงใหล...
พี่กระตุกแขนเสื้อเขาเบาๆ ก่อนโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบอะไรบางอย่าง นิชิกิโดคุงพยักหน้าเล็กน้อย ริมฝีปากบางคลอรอยยิ้ม ...ความสนิทสนมนั้นกระตุ้นต่อมบางอย่างในกายผมให้เต้นระริก...
แต่ก่อนที่ผมจะพูดอะไรออกไปอีก ร่างผอมของนิชิกิโดคุงก็สาวเท้าตรงเข้าไปหาชายร่างสูงตรงข้ามผม ซึ่งถูกผมลืมไปอย่างสิ้นเชิง เห็นอีกทีก็ตอนนี้ที่นั่งสัปหงกไปแล้ว
จินโว้ย! ตื่น!
.......สรุปว่าวันเกิดของผมแทนที่เราจะได้ทานข้าวเย็นกันสองคนพี่น้อง ...กลับกลายเป็นว่าพี่พ่วงนิชิกิโดคุง เพื่อนสนิทของเขา ซึ่งก็พ่วงอาคานิชิ จินเพื่อนสนิทมาอีกต่อหนึ่งเหมือนกัน
น่าแปลกที่ผมไม่ชอบหน้าจิน พอๆ กับที่ปลาบปลื้มนิชิกิโดคุง...
นิชิกิโดคุง...แม้ว่าจะปากตรงกับใจ พูดอะไรออกมาไม่รักษาน้ำใจและใบหน้าเรียบนิ่งจนดูดุ แต่เขาไม่เหมือนจิน ...จิน ผู้ชายปากหวาน ยิ้มง่าย และร่าเริง ..หากลึกๆ ใต้ใบหน้าหล่อเหลานั่น ...
มีอะไรบางอย่างที่ทำให้ผมรู้สึกว่า ..
เราเป็นพวกเดียวกัน
....
...หลังจากมื้ออาหารที่ดูราวกับการเปิดตัวเพื่อนสนิทคนใหม่ของพี่ นิชิกิโดคุงก็เริ่มไปมาหาสู่บ้านของเราบ่อยขึ้นๆ โดยจะมีจิน เพื่อนซี้ติดมาด้วยเป็นบางครั้ง ...นิชิกิโดคุงชอบถือขนมกับหนังสือดีๆ มาฝากผมเสมอ ...เขาคงรู้จากพี่ถึงรสนิยมต่างๆ ของผม เพราะสิ่งที่นิชิกิโดคุงนำมา ไม่เคยเลยที่จะไม่ถูกใจ...ผมอยากคุยกับเขามากขึ้นๆ เพราะดูเหมือนว่าการได้สนทากับนิชิกิโดคุงนั้นกลายเป็นความสุขเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตอันแสนน่าเบื่อไปแล้ว ...แต่ทุกวัน หลังจากทานข้าวเย็นเสร็จ เขามักจะเดินไปส่งพี่ที่ทำงานพิเศษ แล้วปลีกตัวกลับบ้านไป ..โดยไม่สนใจผมซึ่งนั่งแกร่วอ่านหนังสืออยู่คนเดียวเลย ...
...เขาไม่สนใจผมเลย ...ดูเหมือนกับนิชิกิโดคุงพยายามทำให้ผมพึงพอใจเพราะอยากได้รอยยิ้มจากพี่มากกว่า...
...แน่นอน ผมสงสัยความสัมพันธ์ของคนทั้งสอง ...เพียงแต่มั่นใจว่า... คนที่หายใจเข้าหายใจออกคือการเรียนต่อมหาวิทยาลัยของผมอย่างพี่ คงไม่พร้อมจะมีความรู้สึกพิเศษกับใคร ...
ผมหวังเช่นนั้น...
......คืนหนึ่ง ...หลังจากคืนวันนั้นประมาณหนึ่งเดือน นิชิกิโดคุงมาที่บ้าน
ตอนนั้นพี่ยังไม่กลับจากทำงานพิเศษ...
ผมมองนิชิกิโดคุงที่กำลังค้อมตัวลงถอดรองเท้าด้วยสายตาแบบไหนกันนะ ...ที่แน่ๆ คือตอนนี้อุณหภูมิในร่างกายกำลังพุ่งสูง ...หัวใจเต้นโครมคราม
เอ่อ ...จะให้ผมโทรตามพี่ไหมฮะ? โง่ๆๆ .........ทำไมผมถามอะไรโง่ๆ แบบนั้นออกไปได้นะ แบบนี้นิชิกิโดคุงจะมองผมยังไงเนี่ย...
แต่เขากลับหัวเราะ มือผอมยื่นมาลูบศีรษะผมเบาๆ ไม่ต้องห่วงพี่หรอกยูจัง อีกแค่ชั่วโมงเดียวทัชชงก็เลิกงานแล้ว แค่มารบกวนไม่บอกล่วงหน้าก็รู้สึกผิดกับนายแล้วละ
ผมอยากจะร้องตะโกนออกไปว่า ไม่รบกวนเลย ชะมัด แต่ก็ทำได้แค่ส่ายหน้า ..ผมต้องรักษาภาพพจน์บริสุทธิ์ใสซื่อในสายตานิชิกิโดคุงไว้ ทั้งๆ ที่ในใจ ...กำลังปลาบปลื้มที่ไม่มีพี่คอยเป็นก้างชิ้นใหญ่ ...
เอ ...ผมจะทำให้เขารู้สึกดีกับผมมากขึ้นๆ ยังไงดีนะ?
อ่านหนังสือเตรียมสอบไปถึงไหนแล้วยูจัง? นิชิกิโดคุงถามขึ้นขณะหยิบชาร้อนซึ่งผมเพิ่งชมให้ขึ้นมาจิบ ร่างผอมนั่งเอนหลังด้วยท่วงท่าสบายๆ บนโซฟาหน้าโทรทัศน์ ดวงตาเฉี่ยวคมไม่ได้จ้องมายังผมซึ่งนั่งอยู่อีกฟากบนโซฟาตัวเดียวกันเลย มันแน่วนิ่งอยู่ที่นาฬิกาบนเพดาน ...
ผมกัดริมฝีปากอย่างขุ่นเคือง
ก็เรื่อยๆ ฮะ ...เอ่อ ...นิชิกิโดคุง...
หือ?
ดวงตาสีดำสนิทของเขายังคงจ้องหน้าปัดนาฬิกา ...ป่านนี้จิตใจของเขาคงอยู่กับพี่สินะ ...นั่งนับถอยหลังจนกว่าพี่จะกลับมาน่ะ ...ถึงพวกเขาจะเป็นแค่เพื่อน แต่ผมก็ไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เลย
..........ก่อนจะรู้ตัว .....ร่างกายของผมก็ขยับเข้าไปนั่งชิดนิชิกิโดคุงแล้ว
เขามองผมด้วยสายตาแปลกๆ แต่ยังคงนั่งนิ่ง
นิชิกิโดคุง รู้ใช่มั้ยว่าผมชอบคุณ ผมตัดสินใจโพล่งคำถามที่ค้างคาใจออกมา เพียงเพื่อจะได้รับสายตาเฉยชาแทนคำตอบ
เสียงแหบทุ้มเอ่ยชัดถ้อยชัดคำ รู้สิ แต่คนฉลาดอย่างนายก็น่าจะรู้ว่าฉันรักเขา
เขา ของนิชิกิโดคุง ไม่ต้องอธิบายให้มากความ ...ผมก็รู้ได้ในทันทีว่ามันคือใคร ...
พี่ ...พี่ชายที่แสนดีของผม
...
..........ไม่น่าเชื่อว่าพอรู้ตัวอีกที ...ร่างของผมก็มาหยุดยืนอยู่ที่ประตูหน้าสถานีรถไฟชิบูย่าซะแล้ว ...
ผมยกปลายนิ้วขึ้นลูบข้างแก้ม ..น้ำตากำลังไหลริน
..........ผมโกรธ ...น้อยใจ .............และพ่ายแพ้
พี่ที่ทำตัวเป็นคนดี เสียสละเพื่อผมมาตลอด กำลังจะผิดคำพูดของตัวเอง
จนวันนี้ผมก็ยังจำได้ขึ้นใจถึงคำพูดนั้น คำพูดที่ว่า พี่จะไม่มีใครหรอก จะอยู่กับยูจัง ดูแลยูจังแทนที่ในส่วนของแม่ไง พี่อยากให้ยูจังเรียนต่อ .. เรียนเถอะนะ เรื่องค่าใช้จ่าย พี่จะหามาให้เอง ...
โกหกทั้งเพ!!
ไม่รู้ปิศาจอะไรดลใจ ...แต่ที่แน่ๆ คือในตอนนี้ผมกำลังเสียบการ์ดกบตู้โทรศัพท์สาธารณะเพื่อโทรหาจิน ...
โทรหาผู้ชายที่สามัญสำนึกภายในย้ำนักย้ำหนาว่า ...อันตราย
....
..........
คิดยังไงถึงโทรเรียกฉัน? อาคานิชิ จินโพล่งขึ้นขณะตวัดพวงมาลัยเลี้ยวออกจากย่านธุรกิจดัง ...ใบหน้าหล่อเหลากระทบแสงไฟยามค่ำคืนมองผาดคล้ายนายแบบชื่อดัง
ผมกลืนน้ำลาย ...ใจจริงแล้วกลัวเหลือเกิน ...แต่แกล้งทำเป็นใจแข็ง
ถ้าสิ่งที่พี่รักที่สุดคือผม ..........ผมก็จะทำลายตัวเองให้พี่ดู!
ผมเบื่อ...
ผมฝืนยิ้ม ...ปลายนิ้วสั่นระริกกำลังยกขึ้นวางลงบนเสื้อเชิ้ต ...ก่อนค่อยๆ ปลดกระดุมทีละเม็ด ...ทีละเม็ด ...เผยให้เห็นแผ่นอกเปลือยเปล่า
ริมฝีปากอิ่มของจินกำลังกระตุกยิ้ม
เขาหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าโรงแรมใกล้ๆ แห่งหนึ่ง...
....ที่นั่น ...สถานที่แห่งแรกที่ทำให้ผมรู้สึกว่า ...บนเตียงนอนของตัวเองช่างอบอุ่นเหลือเกิน
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปกี่ชั่วโมง ...แต่ที่แน่ๆ คือผมรู้ว่าพี่กำลังเป็นห่วง ...
..........ผมกะพริบตาถี่ๆ ...บรรยากาศภายในห้องยังคงปกคลุมด้วยความมืด ...บ่งบอกเวลาเช้าตรู่
ร่างกายเบื้องล่างปวดหนึบจนแทบไม่สามารถขยับตัวได้ ...
ความเยียบเย็นของเครื่องปรับอากาศตกกระทบผิวกายเปล่าเปลือยกระตุ้นให้ผมดึงผ้าห่มขึ้นคลุมปรกร่างกาย แต่กลายเป็นว่ามันจำให้จินรู้สึกตัวตื่น
ผมพยายามขัดขืนเล็กน้อย เมื่อแขนหนาตวัดกอดรอบเอว ...แต่สุดท้ายก็ต้องจำยอมนอนนิ่งให้เขาเคลื่อนใบหน้าเข้ามาประกบริมฝีปาก
ผมจูบตอบ ...ภายในหัวจินตนาการภาพนิชิกิโดคุง
ในที่สุดจินก็ถอนริมฝีปากออก ใบหน้าหล่อเหลาคลี่ยิ้ม แล้วเอ่ยปาก เท่าไหร่?
ผมกัดฟัน ...หยาดน้ำอุ่นกำลังหลั่งขึ้นมาคลั่งคลอดวงตา ...แต่ผมก็แสร้งทำเป็นยิ้มได้ด้วยหน้ากากความสดใส แสนเยน ให้ได้มั้ย?
...
........หลังจากวันนั้น ไม่น่าเชื่อว่าความสัมพันธ์ของผมกับจิน ...จะวางอยู่บนพื้นฐานของการ ซื้อ-ขาย
จากความรังเกียจในตอนแรก กลายเป็นความชาชิน ...จนในที่สุดผมก็นึกสนุกกับเงินที่หามาได้ ง่าย เสียเหลือเกิน
ตลกชะมัด ...ที่ผมไม่รู้สึกอะไรเลย ...แม้ว่าจะถูกสัมผัสมากแค่ไหน ..ความรู้สึกเดียว คือความเฉยชา...
จะมีก็แค่ ...
ยูจัง ... เสียงทุ้มของพี่โพล่งขึ้นมาระหว่างมืออาหารเช้า ...เป็นครั้งแรกหลังจากคืนวันที่ผมหายไป ...นับเวลาได้ร่วมครึ่งเดือนแล้ว
ผมเลิกคิ้ว แต่ยังคงคีบชิ้นไข่หวานเข้าปาก ...ทำหน้าตาไม่รู้ร้อนรู้หนาว
ผมรู้ว่าพี่กำลังจะพูดเรื่องอะไร
ถ้าจะถามเรื่องกระเป๋าตังค์ กับเสื้อผ้าแบรนด์เนมพวกนั้น ผมว่าอย่าดีกว่า เพราะพี่น่าจะรู้แก่ใจ หรือถ้าไม่รู้จริงๆ ลองถามแฟนพี่ดูสิ เขาน่าจะรู้ดี
ผมเผลอเชิดหน้าอย่างสะใจ ...ใบหน้านิ่งงันของพี่ทำให้รู้สึกดีชะมัด
เขาคงคิดไม่ถึงว่าจะถูกผมตอกกลับไปแบบนี้
หรือถ้าอยากฟังจากปากผมก็ได้ ...ใช่ ผมขายตัว ชัดหรือยัง?
ปอดของผมสูดลมหายใจแรง หลังเค้นกำลังตะโกนใส่ใบหน้าขาว
...ในตอนนี้มองอย่างไรแววตาสดใสของพี่ก็หมองเศร้าไปแล้ว ..ผมเฝ้ารอว่าเมื่อไหร่ฝ่ามือของเขาจะฟาดมาแรงๆ ให้สาสมกับความผิดหวัง
....เพียงแต่มันไม่เคยมาถึง
ร่างสูงโปร่งของพี่ยืนนิ่ง ...หยาดน้ำอุ่นไหลรินจากดวงตา ...
ริมฝีปากสั่นระริก ก่อนฝืนเอ่ยอย่างยากเย็น ยูจัง ...พี่ขอเถอะ เลิกเถอะนะ ถ้าไม่เห็นแก่พี่ ...ก็ถือว่าเห็นแก่แม่ได้มั้ย...
เสียงสะอื้นของพี่บางเบาเหลือเกิน ...ผมอยากรู้นักว่าเขาทำหน้าตาแบบนี้ออดอ้อนนิชิกิโดคุงด้วยหรือเปล่า ...ถ้าเป็นอย่างนั้นผมจะมอบรางวัลแห่งความเสแสร้งให้เลย
อยากให้ผมหยุดเหรอ..
ผมสาวเท้าเข้าไป ...ยืนเผชิญหน้ากับพี่ แล้วจับมือทั้งสองข้างของพี่ขึ้นมา ขณะพูดชัดถ้อยชัดคำ เลิกกับเขาสิ ...ยกนิชิกิโดคุงให้ผม
...
.........ผมไม่คิดว่าพี่จะตอบตกลงกับคำพูดกึ่งประชดประชันแบบนั้นอย่างง่ายดาย ...แต่สิ่งที่คาดไม่ถึงยิ่งกว่ากลับกลายเป็นถ้อยความที่หลุดออกมาจากปากนิชิกิโดคุง
....ถ้อยคำเหล่านั้นหลุดมากระทบโสตประสาทผมซึ่งแอบอยู่หลังประตู หลังทำทีเป็นออกไปเรียนพิเศษ ..ขณะทั้งสองกำลังสนทนากันอยู่ในห้องอาหาร
ใบหน้าเครียดเคร่งของนิชิกิโดคุงดูน่ากลัวกว่าครั้งไหนๆ
ฉันไม่ใช่สิ่งของนะ ทาดาโยชิ ถึงจะยกให้ใครได้ง่ายๆ ...ไม่ใช่ตุ๊กตากระต่ายที่นายเคยรักนักรักหนา แต่สุดท้ายก็ยอมให้น้องชายไป เพราะเจ้านั่นเอ่ยปากขอ ฉันเลือกจะอยู่ข้างๆ นาย เพราะรักที่ตัวตนของนาย ไม่ใช่น้องชายนาย ... ไม่โหดร้ายไปหน่อยเหรอถ้าจะผลักไสฉันไปให้คนอื่น เพียงแค่เพราะเขารักฉัน ...แต่ก็นะ ...ทาดาโยชิ ถ้านายอยากให้ฉันไป ขอมาตรงๆ เลย แล้วฉันจะไม่มายุ่งกับชีวิตนายอีก
น้ำตาของพี่ค่อยๆ ไหลลงมาอีกครั้งขณะที่เสียงแหบทุ้มของนิชิกิโดคุงร้างเลือนไป ....ร่างโปร่งทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้ ซบหน้าลงกับโต๊ะอาหาร ...
...แต่พี่คงไม่รู้หรอกว่า ...ผมก็ร้องไห้เหมือนกัน เพียงแต่หยาดน้ำตามันเหือดแห้งไปหมดแล้ว ..เพราะใบหน้าเศร้าสร้อยของนิชิกิโดคุง ...
ผมรีบสาวเท้าออกไปให้พ้นๆ ไม่ต้องการเห็นภาพเขาโน้มกายลงไปโอบกอดพี่จากด้านหลัง ...ก่อนริมฝีปากของพวกเขาจะสัมผัสกัน ...อ้อยอิ่ง แต่แผ่วเบา ...
แตกต่างจากรสสัมผัสที่ผมได้รับจากจินเหลือเกิน ...
...เขารักพี่ ...
........และจะไม่มีวันเป็นผม
ความเป็นจริงช่างโหดร้ายเหลือเกิน...
ผมกดหมายเลขโทรศัพท์ ...มือถือเครื่องใหม่ที่จินยัดเยียดให้ใช้
...หยาดน้ำตากำลังพรั่งพรู
หลังจากเสียงรอสายดังเพียงครู่เดียว ...เขาก็รับโทรศัพท์
ยูยะ? ร้องไห้ทำไม? ...ตอนนี้นายอยู่ที่ไหน!? ไม่น่าเชื่อว่าน้ำเสียงจินจะร้อนลนเพียงเพราะได้ยินเสียงสะอื้นไห้เบาๆ ของผม ...
ใต้สะพาน z แถวๆ ย่าน c ผมรู้สึกได้ว่าน้ำเสียงของตัวเองเริ่มสั่นจนแทบฟังไม่รู้เรื่อง แต่จินกลับรับรู้ได้ในทันที เขาพูดเร็วรัว อยู่นั่นแหละ! ฉันจะรีบไปนะ
...จินวางสายไปแล้ว
...ผมทรุดตัวลงนั่งเอนหลังพิงเสาสะพานข้างแม่น้ำสายใหญ่ ...จินกำลังมางั้นเหรอ?
หมอนั่นจะแคร์ผมทำไม ...
แต่น้ำเสียงร้อนรนของเขาก็ทำให้ผมรู้สึกดีเช่นกัน ...
.......สายลมกำลังพัดอ่อนๆ ผมหลับตาลง ...
..............พรุ่งนี้ผมคงต้องกลับไปมุอ่านหนังสืออีกรอบซะแล้ว..
End?
ฟิคเรื่องนี้อาจจะไม่ดีนัก เนื่องจากคนแต่งรีบค่ะ - -"
ลืมบอกไป ..เรื่องนี้เรียวโอคุระยูยะจิน นะคะ
ทำตามรีเควสต์พี่สาวคนสวยค่ะ 555
รักเรียว รักยูยะ~~~
Endless Smile
หากต้องให้เลือกสิ่งที่งดงามที่สุดในโลกมาสักหนึ่งอย่าง ...
ผมคงตอบไปอย่างไม่ลังเลเลยว่าสำหรับผมแล้วมันคือ ...รอยยิ้มของพี่
...........รอยยิ้มอบอุ่น ...อ่อนโยน
อ่อนโยนเหมือนสายลม ...
แต่ในขณะเดียวกัน ...สายลมนั้นคือสิ่งที่ผมชิงชัง
ใช่ ...ผมเกลียดรอยยิ้มของพี่เข้ากระดูกดำ
...
......
................ มาคนเดียวเหรอ?
ผมเงยหน้าขึ้นจากสมการฟิสิกส์ในหน้าหนังสือขึ้นมองเจ้าของเสียงนุ่มทุ้มที่เอ่ยถามขึ้นมาดังๆ ...เขาเป็นชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ ผิวกายขาวจัดถูกเบียดบังด้วยเสื้อโปโลสีดำสนิทกับกางเกงยีนส์ยี่ห้อดัง ผมหยักศกสีน้ำตาลเข้มยาวระต้นคอรับกับวงหน้าสวยได้รูป ...ดูดีอย่างเป็นธรรมชาติปราศจากการเสริมแต่งใดๆ
แค่ปรายตามองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าหมอนี่ ...ต้องกระเป๋าหนักพอสมควร
..ใบหน้าหล่อเหลาฉีกยิ้มเป็นมิตรให้หลังเห็นว่าผมไม่ยอมเล่นด้วย ก่อนเชิญตัวเองนั่งลงเก้าอี้ฟากตรงข้ามของโต๊ะขนาดเล็กในร้านคอฟฟี่ช็อป ซึ่งผมใช้เป็นสถานที่อ่านหนังสือฆ่าเวลาขณะรอพี่ชายทำงานพิเศษ
เด็กเตรียมเอนท์เหรอ นายน่ะ? เสียงนุ่มถามขึ้นอีกครั้ง
...เขากำลังพยายามชวนคุย แต่ผมไม่มีใจจะตอบ ...เลยก้มหน้าจมจ่อมสมาธิกับหนังสือเรียนอีกครั้ง ...ตั้งใจว่าสักหน่อยเขาคงเบื่อจนลุกหนีไปเอง
แต่จนแล้วจนรอด ..หมอนั่นก็ยังคงนั่งอยู่อย่างนั้น ...นานเข้าหน่อยก็เริ่มหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเล่นเกม ..เฮ้อ ...คนรวยนี่ก็ดีนะ ชีวิตคงไม่ค่อยคิดอะไรมาก
ผมสิ ...นอกจากเข้ามหาวิทยาลัยคณะดีๆ ...เรียนให้จบด้วยผลการเรียนยอดเยี่ยม แล้วมองหาบริษัทเจ๋งๆ ทำงาน ...คงไม่มีทางเลือกอื่นให้เลือกเดินแล้วละ
เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมมี ...ข้าวทุกเม็ดที่กิน น้ำทุกหยดที่ดื่ม ...ชีวิตที่ดำเนินอยู่ทุกวันนี้ ...แลกมาด้วยหยาดเหงื่อและความฝันของพี่ชายทั้งนั้น...
ยูจัง
ผมมารู้สึกตัวเอาอีกทีก็เมื่อสัมผัสมืออุ่นๆ ของฝ่ามืออันคุ้นเคยจับเข้าที่หัวไหล่
ผมเงยหน้าขึ้น
ใบหน้าเปื้อนยิ้มอ่อนโยนของพี่กำลังโน้มเข้ามาใกล้ ก่อนฉีกยิ้มให้น้อยๆ ใบหน้าที่บอกไม่ถูกว่าหวานน่ามองหรือหล่อเหลาชวนหลงไหล ทำให้เขาเป็นผู้ชายที่แปลก
...แปลกจริงๆ ไม่ว่ามองเมื่อไหร่ก็ดูอ่อนโยน
...ร่างสูงโปร่งของเขากอดชายเสื้อแจ็กเกตด้วยท่วงท่าสบายๆ แต่ดูกึ่งน่ารักกึ่งเท่อย่างไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นการกระทำของชายหนุ่มตัวสูงคนเดียวกัน
เพิ่งเลิกงานเหรอพี่? ผมถามทั้งๆ ที่รู้คำตอบอยู่แล้ว ........ใช่สิ พี่ทำงานพิเศษอยู่ร้านอาหารข้างๆ ทุกคืนตั้งแต่วันจันทร์ถึงศุกร์ ...แน่นอนว่าช่วงกลางวันเขาก็ต้องทำงานประจำ เพราะหลังจากแม่ตาย พี่ตัดสินใจไม่เรียนต่อมหาวิทยาลัย ...มุทำงานเพื่อหาเงินให้ผมใช้เป็นค่าเทอมในโรงเรียนเอกชนขูดเลือด เวลาว่างของพี่จึงหดหายไป เหลือเพียงวันเสาร์อาทิตย์ตอนกลางคืนเท่านั้น
ดวงตากลมโตของผมมองใบหน้าที่เคยน่ามองด้วยพวงแก้มกลมๆ ...หากในตอนนี้กลับเหลือเพียงความตอบผอมอย่างนึกสลด
แต่พี่ยังคงยิ้ม
อื้อ ...ยูจังรอนานมั้ย ขอโทษนะ ...วันนี้กว่าจะหาคนแลกเวรได้ พี่หัวเราะแหะๆ พลางยกมือข้างหนึ่งขึ้นทำท่าขอโทษขอโพย แต่ผมส่ายหน้า
ขอโทษไปทำไมล่ะพี่ อุตส่าห์ลางานไปกินข้าวด้วยกันทั้งที เลิกขอโทษจนเคยชินได้แล้ว
ผมคิดอย่างนั้นจริงๆ ...พี่น่ะ ต่อให้ตัวเองไม่ผิดก็จะขอโทษ ...ขอโทษ และขอโทษ ...
พี่มักจะยอม ...ยอมกล่าวโทษตัวเองเสมอ ........เช่นเดียวกับที่ยอมยกทุกอย่าง แม้ของที่อยากได้ที่สุดให้ผม หากเอ่ยปากขอ
คงคิดว่าทำแบบนั้นแล้วผมจะมีความสุข ...เฮ้อ บอกเขาดีไหมนะว่าผมละสนุกชะมัดกับการได้แย่งทุกสิ่งที่เขารักมา
อื้อ ขอโทษนะยูจัง
ผมส่ายหน้าหน่ายๆ ...ตั้งใจว่าจะเดินออกไปจ่ายเงินที่เคาทน์เตอร์ข้างประตู แต่ก่อนจะลุกขึ้น ...หางตาก็ตวัดเห็นชายคนหนึ่งยืนอยู่ด้านหลังพี่ ...ใบหน้าเรียบเฉยของเขาตรึงตาผมอย่างคาดไม่ถึง
เส้นผมสีดำสนิทรับกับใบหน้าเรียวเล็ก หากตาคม ...ดูหล่อเหลาคล้ายซามูไรโบราณ เขาอยู่ในเสื้อกันลมสบายๆ กับกางเกงยีนส์ขาดๆ
พี่คงสังเกตเห็น เขาจึงหันหลังไปดึงแขนชายคนนั้นให้เข้ามาใกล้ๆ ก่อนแนะนำด้วยรอยยิ้ม ยูจังยังไม่รู้จักเรียวจังนี่เนอะ เขาเป็นเพื่อนที่บริษัทพี่น่ะ
ชายร่างผอมผงกศีรษะให้ผม ...ผมเพิ่งสังเกตเห็นว่าเขาตัวเล็กกว่าพี่พอสมควรเลย ...เพียงแต่กลับสมส่วน ...ออกจะดูแข็งแกร่งกว่าพี่ด้วยซ้ำ
นิชิกิโด เรียว ยินดีที่รู้จัก ทัชชงพูดถึงนายบ่อยเลยละ
ผมยิ้มตอบเขา ... ยินดีเช่นกันฮะ
ในตอนนั้น แม้แต่พี่ก็คงไม่รู้ว่าจังหวะหัวใจของผมเต้นตึกตักแค่ไหน ..
นี่เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกมวนท้องอย่างแปลกประหลาด
ดวงตาเฉี่ยวคมกำลังสะกดผมให้ดำดิ่งลึกเข้าสู่วังวนแห่งความหลงใหล...
พี่กระตุกแขนเสื้อเขาเบาๆ ก่อนโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบอะไรบางอย่าง นิชิกิโดคุงพยักหน้าเล็กน้อย ริมฝีปากบางคลอรอยยิ้ม ...ความสนิทสนมนั้นกระตุ้นต่อมบางอย่างในกายผมให้เต้นระริก...
แต่ก่อนที่ผมจะพูดอะไรออกไปอีก ร่างผอมของนิชิกิโดคุงก็สาวเท้าตรงเข้าไปหาชายร่างสูงตรงข้ามผม ซึ่งถูกผมลืมไปอย่างสิ้นเชิง เห็นอีกทีก็ตอนนี้ที่นั่งสัปหงกไปแล้ว
จินโว้ย! ตื่น!
.......สรุปว่าวันเกิดของผมแทนที่เราจะได้ทานข้าวเย็นกันสองคนพี่น้อง ...กลับกลายเป็นว่าพี่พ่วงนิชิกิโดคุง เพื่อนสนิทของเขา ซึ่งก็พ่วงอาคานิชิ จินเพื่อนสนิทมาอีกต่อหนึ่งเหมือนกัน
น่าแปลกที่ผมไม่ชอบหน้าจิน พอๆ กับที่ปลาบปลื้มนิชิกิโดคุง...
นิชิกิโดคุง...แม้ว่าจะปากตรงกับใจ พูดอะไรออกมาไม่รักษาน้ำใจและใบหน้าเรียบนิ่งจนดูดุ แต่เขาไม่เหมือนจิน ...จิน ผู้ชายปากหวาน ยิ้มง่าย และร่าเริง ..หากลึกๆ ใต้ใบหน้าหล่อเหลานั่น ...
มีอะไรบางอย่างที่ทำให้ผมรู้สึกว่า ..
เราเป็นพวกเดียวกัน
....
...หลังจากมื้ออาหารที่ดูราวกับการเปิดตัวเพื่อนสนิทคนใหม่ของพี่ นิชิกิโดคุงก็เริ่มไปมาหาสู่บ้านของเราบ่อยขึ้นๆ โดยจะมีจิน เพื่อนซี้ติดมาด้วยเป็นบางครั้ง ...นิชิกิโดคุงชอบถือขนมกับหนังสือดีๆ มาฝากผมเสมอ ...เขาคงรู้จากพี่ถึงรสนิยมต่างๆ ของผม เพราะสิ่งที่นิชิกิโดคุงนำมา ไม่เคยเลยที่จะไม่ถูกใจ...ผมอยากคุยกับเขามากขึ้นๆ เพราะดูเหมือนว่าการได้สนทากับนิชิกิโดคุงนั้นกลายเป็นความสุขเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตอันแสนน่าเบื่อไปแล้ว ...แต่ทุกวัน หลังจากทานข้าวเย็นเสร็จ เขามักจะเดินไปส่งพี่ที่ทำงานพิเศษ แล้วปลีกตัวกลับบ้านไป ..โดยไม่สนใจผมซึ่งนั่งแกร่วอ่านหนังสืออยู่คนเดียวเลย ...
...เขาไม่สนใจผมเลย ...ดูเหมือนกับนิชิกิโดคุงพยายามทำให้ผมพึงพอใจเพราะอยากได้รอยยิ้มจากพี่มากกว่า...
...แน่นอน ผมสงสัยความสัมพันธ์ของคนทั้งสอง ...เพียงแต่มั่นใจว่า... คนที่หายใจเข้าหายใจออกคือการเรียนต่อมหาวิทยาลัยของผมอย่างพี่ คงไม่พร้อมจะมีความรู้สึกพิเศษกับใคร ...
ผมหวังเช่นนั้น...
......คืนหนึ่ง ...หลังจากคืนวันนั้นประมาณหนึ่งเดือน นิชิกิโดคุงมาที่บ้าน
ตอนนั้นพี่ยังไม่กลับจากทำงานพิเศษ...
ผมมองนิชิกิโดคุงที่กำลังค้อมตัวลงถอดรองเท้าด้วยสายตาแบบไหนกันนะ ...ที่แน่ๆ คือตอนนี้อุณหภูมิในร่างกายกำลังพุ่งสูง ...หัวใจเต้นโครมคราม
เอ่อ ...จะให้ผมโทรตามพี่ไหมฮะ? โง่ๆๆ .........ทำไมผมถามอะไรโง่ๆ แบบนั้นออกไปได้นะ แบบนี้นิชิกิโดคุงจะมองผมยังไงเนี่ย...
แต่เขากลับหัวเราะ มือผอมยื่นมาลูบศีรษะผมเบาๆ ไม่ต้องห่วงพี่หรอกยูจัง อีกแค่ชั่วโมงเดียวทัชชงก็เลิกงานแล้ว แค่มารบกวนไม่บอกล่วงหน้าก็รู้สึกผิดกับนายแล้วละ
ผมอยากจะร้องตะโกนออกไปว่า ไม่รบกวนเลย ชะมัด แต่ก็ทำได้แค่ส่ายหน้า ..ผมต้องรักษาภาพพจน์บริสุทธิ์ใสซื่อในสายตานิชิกิโดคุงไว้ ทั้งๆ ที่ในใจ ...กำลังปลาบปลื้มที่ไม่มีพี่คอยเป็นก้างชิ้นใหญ่ ...
เอ ...ผมจะทำให้เขารู้สึกดีกับผมมากขึ้นๆ ยังไงดีนะ?
อ่านหนังสือเตรียมสอบไปถึงไหนแล้วยูจัง? นิชิกิโดคุงถามขึ้นขณะหยิบชาร้อนซึ่งผมเพิ่งชมให้ขึ้นมาจิบ ร่างผอมนั่งเอนหลังด้วยท่วงท่าสบายๆ บนโซฟาหน้าโทรทัศน์ ดวงตาเฉี่ยวคมไม่ได้จ้องมายังผมซึ่งนั่งอยู่อีกฟากบนโซฟาตัวเดียวกันเลย มันแน่วนิ่งอยู่ที่นาฬิกาบนเพดาน ...
ผมกัดริมฝีปากอย่างขุ่นเคือง
ก็เรื่อยๆ ฮะ ...เอ่อ ...นิชิกิโดคุง...
หือ?
ดวงตาสีดำสนิทของเขายังคงจ้องหน้าปัดนาฬิกา ...ป่านนี้จิตใจของเขาคงอยู่กับพี่สินะ ...นั่งนับถอยหลังจนกว่าพี่จะกลับมาน่ะ ...ถึงพวกเขาจะเป็นแค่เพื่อน แต่ผมก็ไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เลย
..........ก่อนจะรู้ตัว .....ร่างกายของผมก็ขยับเข้าไปนั่งชิดนิชิกิโดคุงแล้ว
เขามองผมด้วยสายตาแปลกๆ แต่ยังคงนั่งนิ่ง
นิชิกิโดคุง รู้ใช่มั้ยว่าผมชอบคุณ ผมตัดสินใจโพล่งคำถามที่ค้างคาใจออกมา เพียงเพื่อจะได้รับสายตาเฉยชาแทนคำตอบ
เสียงแหบทุ้มเอ่ยชัดถ้อยชัดคำ รู้สิ แต่คนฉลาดอย่างนายก็น่าจะรู้ว่าฉันรักเขา
เขา ของนิชิกิโดคุง ไม่ต้องอธิบายให้มากความ ...ผมก็รู้ได้ในทันทีว่ามันคือใคร ...
พี่ ...พี่ชายที่แสนดีของผม
...
..........ไม่น่าเชื่อว่าพอรู้ตัวอีกที ...ร่างของผมก็มาหยุดยืนอยู่ที่ประตูหน้าสถานีรถไฟชิบูย่าซะแล้ว ...
ผมยกปลายนิ้วขึ้นลูบข้างแก้ม ..น้ำตากำลังไหลริน
..........ผมโกรธ ...น้อยใจ .............และพ่ายแพ้
พี่ที่ทำตัวเป็นคนดี เสียสละเพื่อผมมาตลอด กำลังจะผิดคำพูดของตัวเอง
จนวันนี้ผมก็ยังจำได้ขึ้นใจถึงคำพูดนั้น คำพูดที่ว่า พี่จะไม่มีใครหรอก จะอยู่กับยูจัง ดูแลยูจังแทนที่ในส่วนของแม่ไง พี่อยากให้ยูจังเรียนต่อ .. เรียนเถอะนะ เรื่องค่าใช้จ่าย พี่จะหามาให้เอง ...
โกหกทั้งเพ!!
ไม่รู้ปิศาจอะไรดลใจ ...แต่ที่แน่ๆ คือในตอนนี้ผมกำลังเสียบการ์ดกบตู้โทรศัพท์สาธารณะเพื่อโทรหาจิน ...
โทรหาผู้ชายที่สามัญสำนึกภายในย้ำนักย้ำหนาว่า ...อันตราย
....
..........
คิดยังไงถึงโทรเรียกฉัน? อาคานิชิ จินโพล่งขึ้นขณะตวัดพวงมาลัยเลี้ยวออกจากย่านธุรกิจดัง ...ใบหน้าหล่อเหลากระทบแสงไฟยามค่ำคืนมองผาดคล้ายนายแบบชื่อดัง
ผมกลืนน้ำลาย ...ใจจริงแล้วกลัวเหลือเกิน ...แต่แกล้งทำเป็นใจแข็ง
ถ้าสิ่งที่พี่รักที่สุดคือผม ..........ผมก็จะทำลายตัวเองให้พี่ดู!
ผมเบื่อ...
ผมฝืนยิ้ม ...ปลายนิ้วสั่นระริกกำลังยกขึ้นวางลงบนเสื้อเชิ้ต ...ก่อนค่อยๆ ปลดกระดุมทีละเม็ด ...ทีละเม็ด ...เผยให้เห็นแผ่นอกเปลือยเปล่า
ริมฝีปากอิ่มของจินกำลังกระตุกยิ้ม
เขาหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าโรงแรมใกล้ๆ แห่งหนึ่ง...
....ที่นั่น ...สถานที่แห่งแรกที่ทำให้ผมรู้สึกว่า ...บนเตียงนอนของตัวเองช่างอบอุ่นเหลือเกิน
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปกี่ชั่วโมง ...แต่ที่แน่ๆ คือผมรู้ว่าพี่กำลังเป็นห่วง ...
..........ผมกะพริบตาถี่ๆ ...บรรยากาศภายในห้องยังคงปกคลุมด้วยความมืด ...บ่งบอกเวลาเช้าตรู่
ร่างกายเบื้องล่างปวดหนึบจนแทบไม่สามารถขยับตัวได้ ...
ความเยียบเย็นของเครื่องปรับอากาศตกกระทบผิวกายเปล่าเปลือยกระตุ้นให้ผมดึงผ้าห่มขึ้นคลุมปรกร่างกาย แต่กลายเป็นว่ามันจำให้จินรู้สึกตัวตื่น
ผมพยายามขัดขืนเล็กน้อย เมื่อแขนหนาตวัดกอดรอบเอว ...แต่สุดท้ายก็ต้องจำยอมนอนนิ่งให้เขาเคลื่อนใบหน้าเข้ามาประกบริมฝีปาก
ผมจูบตอบ ...ภายในหัวจินตนาการภาพนิชิกิโดคุง
ในที่สุดจินก็ถอนริมฝีปากออก ใบหน้าหล่อเหลาคลี่ยิ้ม แล้วเอ่ยปาก เท่าไหร่?
ผมกัดฟัน ...หยาดน้ำอุ่นกำลังหลั่งขึ้นมาคลั่งคลอดวงตา ...แต่ผมก็แสร้งทำเป็นยิ้มได้ด้วยหน้ากากความสดใส แสนเยน ให้ได้มั้ย?
...
........หลังจากวันนั้น ไม่น่าเชื่อว่าความสัมพันธ์ของผมกับจิน ...จะวางอยู่บนพื้นฐานของการ ซื้อ-ขาย
จากความรังเกียจในตอนแรก กลายเป็นความชาชิน ...จนในที่สุดผมก็นึกสนุกกับเงินที่หามาได้ ง่าย เสียเหลือเกิน
ตลกชะมัด ...ที่ผมไม่รู้สึกอะไรเลย ...แม้ว่าจะถูกสัมผัสมากแค่ไหน ..ความรู้สึกเดียว คือความเฉยชา...
จะมีก็แค่ ...
ยูจัง ... เสียงทุ้มของพี่โพล่งขึ้นมาระหว่างมืออาหารเช้า ...เป็นครั้งแรกหลังจากคืนวันที่ผมหายไป ...นับเวลาได้ร่วมครึ่งเดือนแล้ว
ผมเลิกคิ้ว แต่ยังคงคีบชิ้นไข่หวานเข้าปาก ...ทำหน้าตาไม่รู้ร้อนรู้หนาว
ผมรู้ว่าพี่กำลังจะพูดเรื่องอะไร
ถ้าจะถามเรื่องกระเป๋าตังค์ กับเสื้อผ้าแบรนด์เนมพวกนั้น ผมว่าอย่าดีกว่า เพราะพี่น่าจะรู้แก่ใจ หรือถ้าไม่รู้จริงๆ ลองถามแฟนพี่ดูสิ เขาน่าจะรู้ดี
ผมเผลอเชิดหน้าอย่างสะใจ ...ใบหน้านิ่งงันของพี่ทำให้รู้สึกดีชะมัด
เขาคงคิดไม่ถึงว่าจะถูกผมตอกกลับไปแบบนี้
หรือถ้าอยากฟังจากปากผมก็ได้ ...ใช่ ผมขายตัว ชัดหรือยัง?
ปอดของผมสูดลมหายใจแรง หลังเค้นกำลังตะโกนใส่ใบหน้าขาว
...ในตอนนี้มองอย่างไรแววตาสดใสของพี่ก็หมองเศร้าไปแล้ว ..ผมเฝ้ารอว่าเมื่อไหร่ฝ่ามือของเขาจะฟาดมาแรงๆ ให้สาสมกับความผิดหวัง
....เพียงแต่มันไม่เคยมาถึง
ร่างสูงโปร่งของพี่ยืนนิ่ง ...หยาดน้ำอุ่นไหลรินจากดวงตา ...
ริมฝีปากสั่นระริก ก่อนฝืนเอ่ยอย่างยากเย็น ยูจัง ...พี่ขอเถอะ เลิกเถอะนะ ถ้าไม่เห็นแก่พี่ ...ก็ถือว่าเห็นแก่แม่ได้มั้ย...
เสียงสะอื้นของพี่บางเบาเหลือเกิน ...ผมอยากรู้นักว่าเขาทำหน้าตาแบบนี้ออดอ้อนนิชิกิโดคุงด้วยหรือเปล่า ...ถ้าเป็นอย่างนั้นผมจะมอบรางวัลแห่งความเสแสร้งให้เลย
อยากให้ผมหยุดเหรอ..
ผมสาวเท้าเข้าไป ...ยืนเผชิญหน้ากับพี่ แล้วจับมือทั้งสองข้างของพี่ขึ้นมา ขณะพูดชัดถ้อยชัดคำ เลิกกับเขาสิ ...ยกนิชิกิโดคุงให้ผม
...
.........ผมไม่คิดว่าพี่จะตอบตกลงกับคำพูดกึ่งประชดประชันแบบนั้นอย่างง่ายดาย ...แต่สิ่งที่คาดไม่ถึงยิ่งกว่ากลับกลายเป็นถ้อยความที่หลุดออกมาจากปากนิชิกิโดคุง
....ถ้อยคำเหล่านั้นหลุดมากระทบโสตประสาทผมซึ่งแอบอยู่หลังประตู หลังทำทีเป็นออกไปเรียนพิเศษ ..ขณะทั้งสองกำลังสนทนากันอยู่ในห้องอาหาร
ใบหน้าเครียดเคร่งของนิชิกิโดคุงดูน่ากลัวกว่าครั้งไหนๆ
ฉันไม่ใช่สิ่งของนะ ทาดาโยชิ ถึงจะยกให้ใครได้ง่ายๆ ...ไม่ใช่ตุ๊กตากระต่ายที่นายเคยรักนักรักหนา แต่สุดท้ายก็ยอมให้น้องชายไป เพราะเจ้านั่นเอ่ยปากขอ ฉันเลือกจะอยู่ข้างๆ นาย เพราะรักที่ตัวตนของนาย ไม่ใช่น้องชายนาย ... ไม่โหดร้ายไปหน่อยเหรอถ้าจะผลักไสฉันไปให้คนอื่น เพียงแค่เพราะเขารักฉัน ...แต่ก็นะ ...ทาดาโยชิ ถ้านายอยากให้ฉันไป ขอมาตรงๆ เลย แล้วฉันจะไม่มายุ่งกับชีวิตนายอีก
น้ำตาของพี่ค่อยๆ ไหลลงมาอีกครั้งขณะที่เสียงแหบทุ้มของนิชิกิโดคุงร้างเลือนไป ....ร่างโปร่งทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้ ซบหน้าลงกับโต๊ะอาหาร ...
...แต่พี่คงไม่รู้หรอกว่า ...ผมก็ร้องไห้เหมือนกัน เพียงแต่หยาดน้ำตามันเหือดแห้งไปหมดแล้ว ..เพราะใบหน้าเศร้าสร้อยของนิชิกิโดคุง ...
ผมรีบสาวเท้าออกไปให้พ้นๆ ไม่ต้องการเห็นภาพเขาโน้มกายลงไปโอบกอดพี่จากด้านหลัง ...ก่อนริมฝีปากของพวกเขาจะสัมผัสกัน ...อ้อยอิ่ง แต่แผ่วเบา ...
แตกต่างจากรสสัมผัสที่ผมได้รับจากจินเหลือเกิน ...
...เขารักพี่ ...
........และจะไม่มีวันเป็นผม
ความเป็นจริงช่างโหดร้ายเหลือเกิน...
ผมกดหมายเลขโทรศัพท์ ...มือถือเครื่องใหม่ที่จินยัดเยียดให้ใช้
...หยาดน้ำตากำลังพรั่งพรู
หลังจากเสียงรอสายดังเพียงครู่เดียว ...เขาก็รับโทรศัพท์
ยูยะ? ร้องไห้ทำไม? ...ตอนนี้นายอยู่ที่ไหน!? ไม่น่าเชื่อว่าน้ำเสียงจินจะร้อนลนเพียงเพราะได้ยินเสียงสะอื้นไห้เบาๆ ของผม ...
ใต้สะพาน z แถวๆ ย่าน c ผมรู้สึกได้ว่าน้ำเสียงของตัวเองเริ่มสั่นจนแทบฟังไม่รู้เรื่อง แต่จินกลับรับรู้ได้ในทันที เขาพูดเร็วรัว อยู่นั่นแหละ! ฉันจะรีบไปนะ
...จินวางสายไปแล้ว
...ผมทรุดตัวลงนั่งเอนหลังพิงเสาสะพานข้างแม่น้ำสายใหญ่ ...จินกำลังมางั้นเหรอ?
หมอนั่นจะแคร์ผมทำไม ...
แต่น้ำเสียงร้อนรนของเขาก็ทำให้ผมรู้สึกดีเช่นกัน ...
.......สายลมกำลังพัดอ่อนๆ ผมหลับตาลง ...
..............พรุ่งนี้ผมคงต้องกลับไปมุอ่านหนังสืออีกรอบซะแล้ว..
End?